โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน

เคยสงสัยไหมครับว่า โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน เกี่ยวข้องกันยังไง และทำไมหลายคนที่เป็นกรดไหลย้อนในระยะเวลานานๆมักจะมีอาการแพนิคร่วมด้วยอยู่เสมอ 

วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ไปพร้อมๆกัน เพื่อที่จะได้เข้าใจ ในสาเหตุของการเกิดโรคและแนวทางในการหลีกเลี่ยง 

โรคแพนิค (Panic Disorder) คือ

โรคที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆที่ลดลงอย่างกะทันหัน ทำให้ส่วนของประสาททำงานผิดปกติ หรืออารมณ์ประมาณใช้โทรศัพท์อยู่ดีๆแล้วโทรศัพท์เกิดค้างหรือไม่ยอมทำงานนั่นแหละครับ 

โดยอาคารที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ การเต้นของหัวใจที่เร็วผิดปกติ รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยง่าย มีการหายใจเข้าออกไม่ทัน อึดอัดแน่นท้องหรือท้องไส้ปั่นป่วน หรือมีอาการวิงเวียนเหมือนกับคนจะเป็นลม 

โดยในรายที่เป็นมากๆบางครั้งมักจะคิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ เพราะมีอาการของหัวใจที่เต้นเร็วผิดปกติ แต่เมื่อทำการไฟตรวจวัด โดยแพทย์ผู้เชียววชาญแล้วผลการตรวจออกมาเป็นปกติ แต่จะสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากโรคแพนิคก็เป็นไปได้ 

ลักษณะของโรคแพนิคที่พบบ่อย

ลักษณะของโรคแพนิคที่พบบ่อย

  • การเต้นของหัวใจที่เร็วผิดปกติ 
  • รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยง่าย 
  • มีการหายใจเข้าออกไม่ทัน 
  • อึดอัดแน่นท้องหรือท้องไส้ปั่นป่วน 
  • หรือมีอาการวิงเวียนเหมือนกับคนจะเป็นลม 
  • มีอาการหวาดระแวงจากสิ่งรอบข้างคืออาการต่างๆที่เกิดขึ้น
  • มีความวิตกกังวลมาก/กลัวตาย

แนวทางรักษาโรคแพนิค

จากที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นว่าตัวโรคนั้น อาจจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพกายโดยตรง แต่ส่งผลร้ายแรงต่อสภาวะจิตใจโดยตรงทำให้การใช้ชีวิตนั้นยากลำบาก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องทำการรักษา โดยแพทย์ผู้เชียวชาญ เพราะลักษณะอาการของโรคนั้นมักจะคล้ายกับโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ

โดยการรักษาโดยยานั้น จะจ่ายโดยแพทย์ผู้เชียวชาญที่เราได้ไปตรวจรักษา โดยแพทย์จะดูว่าอาการโดยรวมจะต้องรับประทานยาอะไร โดยในบางรายอาจจะต้องทำการปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับจิตใจควบคู่ไปด้วย

โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน เกี่ยวกันยังไง

จากข้อมูลด้านบนเราจะรู้ว่า จริงๆแล้วโรคแพนิคนั้นยังไม่สามารถบอกถึงอาการที่แน่ชัดได้ว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่เราพอที่จะสรุปคร่าวๆได้ว่า อาการโดยส่วนใหญ่นั้นมักจะเกิดจาก การที่ผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นโรคแพนิคนั้นเข้าใจว่าตัวเอง เป็นโรคนั้นโรคนี้ หรือมีอาการแบบนั้นแบบนี้ 

แต่เมื่อไปตรวจรักษากับแพทย์แล้ว ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า เป็นโรคอะไร หรือมีสิ่งผิดปกติใดๆ หรือพูดง่ายๆว่าแพทย์ก็ตรวจไม่พบ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ 

โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน เกี่ยวกันยังไง

ดังนั้นเมื่อผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนไปทำการรักษากับแพทย์ และบอกกับแพทย์ว่าอาการตัวนั้น ตัวนี้ยังไม่มีอาการที่ดีขึ้น หลังจากที่ได้ทำการรักษาและทานยามาในระยะหนึ่งแล้ว แพทย์อาจจะบ่งชี้ไปว่าเป็นโรคแพนิคก็เป็นไปได้

***ตรงนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมมีคนรู้จักที่รักษากรดไหลย้อนอยู่แล้วไปรักษาอาการกับแพทย์ โดยระยะการรักษานั้น ก็ไปพบแพทย์ประมาณ 2-3 แต่เมื่ออาการไม่ดีขึ้น และมีการพูดคุยกับแพทย์ สิ่งที่แพทย์ให้มาก็ ให้ทานยาตัวนี้ก่อนนอน ( เป็นยาลักษณะคล้ายๆกล่อมประสาทหรือยานอนหลับครับ ) ซึ่งกรณีแบบนี้แพทย์ก็อาจมองว่าเกิดจากโรคแพนิคก็เป็นไปได้ครับ 

แนวทางรักษาอาการ

คราวนี้เราจะลองมาดูกันครับว่าเราสามารถที่จะรับมือกับโรคนี้ได้ยังไง ให้เราไม่เป็นมากขึ้นและมีแนวโน้มว่าอาการของเราจะดีขึ้นได้

โรคแพนิค

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ

การใช้ชีวิตของเราในปัจจุบันนั้นมีข่าวสารที่เข้ามาอย่างมากมาย ซึ่งบางข่าวสารนั้นก็ไม่ได้จำเป็นกับเราเลยแต่เมื่อเราเสพเข้าไปแล้ว  กลับทำให้เรารู้สึกคิดและวิตกกังวล ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้เรา คิดว่าเราเป็นแบบนั้นแบบนี้ตามที่เราอ่านก็เป็นไปได้ ดังนั้นการเสพข่าวควรจะมีวิจารณญาณว่าสิ่งที่เราอ่านไปนั้นมีข้อมูล หรือความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน 

หลีกเลี่ยงความเคร่งเครียด

ในยุคปัจจุบันเราจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบในการใช้ชีวิต เพราะด้วยยุคเศรษฐกิจที่ทุกคนจะต้องแก่งแย่งแข่งขันกัน ย่อมทำให้เกิดความเครียดในระหว่างวันได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสภาวะของรถที่ติดในแต่ละวันของคนเมือง และสิ่งต่างๆที่ก่อให้เกิดความคิด เราควรจะมีวิธีที่จะรับมือกับมันให้เราไม่เกิดความเครียดสะสมในระยะยาว เพราะหนึ่งในปัจจัยของการเกิดโรคกรดไหลย้อนก็คือความเครียดนั่นเอง

การนั่งสมาธิ-โรคแพนิค

การกินที่ไม่เป็นเวลาบวกกับการนอนที่ไม่เพียงพอ 

โดยการกินนั้นจะส่งผลโดยตรงกับโรคกรดไหลย้อน ซึ่งการกินไม่เป็นเวลา ส่งผลต่อระบบการย่อยของกระเพาะอาหารโดยตรง ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ง่าย ดังนั้นถ้าเราป้องกันตั้งแต่แรกในเรื่องของการกิน การเกิดกรดไหลย้อนก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดขึ้นได้ยาก 

ส่วนเรื่องการนอนนั้น การพักผ่อนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆของมนุษย์เรา โดยเมื่อเราพักผ่อนหรือนอนไม่เพียงพอ ยอมส่งผลให้เราไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ ไม่ว่าจะเรื่องการคิดงาน หรือการเรียน และเรื่องต่างๆ ถ้าพูดไปมันก็จะส่งผลทางอ้อมให้เรา เพราะเมื่อเราทำสิ่งต่างๆได้ไม่ดีก็ย่อมส่งผลให้เกิดความเครียดกลับมาหาเราอีกนั่นเอง 

หลีกเลี่ยงการใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน 

ต้องยอมรับว่าในยุคปัจจุบันนี้หลายคนติดมือถือเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะต้องเปิดมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ซึ่งถ้าเราลองทำความเข้าใจเราจะรู้ได้ดีว่า มีสิ่งต่างๆที่นำเสนอในระหว่างวันมาก และบางอย่างมันไม่ได้มีความจำเป็นกับเราเลย และยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราได้รับข่าวสารบางอย่าง ที่ไม่จริง และเรานำไปคิดต่อได้ หรือบางครั้งเราอาจจะเห็น Content บาง Content ที่นำเสนอเรื่องราวของคนอื่น เราก็เกิดมีอารมณ์ร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง การทะเลาะเบาะแว้งของคนอื่น 

สิ่งที่เราทำได้ก็คือเราควรที่จะใช้มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ทำให้เรามีสุขภาพจิตที่แย่ลงไปด้วย 

สรุปแล้วโรคแพนิคนั้นไม่ได้มีความร้ายแรงต่อชีวิตของเรา ถ้าเราสามารถควบคุมได้ เพราะในแต่ละอาการที่กำเริบนั้นมักจะมาจากสภาวะจิตใจของเราเป็นหลัก

ปล.ตรงนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมเคยเข้าไปอ่านข้อความที่มีคนโพสต์เกี่ยวกับแพนิคไว้ว่า ตัวเขาเองเป็นแพนิคและหาวิธีรักษาต่างๆนานาแต่ยังไงก็ไม่หาย จนสุดท้ายมาจบที่การลองมานั่งสวดมนต์และนั่งสมาธิเพื่อทำให้จิตใจสงบขึ้น และเมื่อมีอาการของโรค ก็จะไม่มุ่งความสนใจไปที่อาการทำเป็นเฉยๆไป สรุปว่าพอเวลาผ่านไปสักพักนึง อาการของเขาดีขึ้นเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้ไปกินยาอะไร 

ยังไงเพื่อนๆก็ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับซึ่งตรงนี้ผมว่าขึ้นอยู่กับบุคคลว่าจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน 
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่อง โรคแพนิคและกรดไหลย้อนที่เราได้มาเรียนรู้ไปด้วยกันในวันนี้ครับ

green curmin ราคา
แชร์ให้เพื่อนคุณ
Share on facebook
Facebook
0
Share on google
Google
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
0