รักษากรดไหลย้อน ด้วยสมุนไพรแบบผมเอง

รักษากรดไหลย้อน

ด้วยสมุนไพรแบบผมเอง

ตอนนี้ผมหายป่วยจาก โรคท้องอืด โรคกรดไหลย้อน แล้ว  ตัวผมเองหายป่วยจากโรคกรดไหลย้อนนี้ภายใน 1 เดือน และระหว่างที่ผมดื่มน้ำกระเพาเพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อนก็ไม่ได้ทานยาเคมีสังเคราะห์เลยสักนิดเดียว

ปัจจุบันนี้ 26 ธันวาคม 2552 ผมก็ยังไม่เป็นโรคกรดไหลย้อน  เพราะว่าผมพยายามรับประทานอาหารอย่างเคร่งครัด และผมจะไม่ทานยาคลายกล้ามเนื้ออีกต่อไปที่จริงผมคิดว่าคนเราน่าจะหายจาก โรคท้องอืด กรดไหลย้อนนี้ภายใน 10-15 วัน  แต่พอดีว่ามีอยู่วันหนึ่งที่คิดว่าจะหายจากโรคกรดไหลย้อน นี้สนิทนั่นแหละ

ประมาณวันที่ 11-12 ผมได้ทานอาหารรสเผ็ดจัด ทำให้วันนั้นเกิดอาการท้องอืดอาหารไม่ย่อยท้องร้องจ๊อกๆ  กดท้องลงไปเหมือนลูกโป่ง ที่มันๆมีอาการรุนแรงเตือนตอนเริ่มท้องอืดใหม่ๆขึ้นอีกครั้ง  จะหายแล้วแต่ดันไปทานอาหารไม่เหมาะทำที่เป็นโรคกรดไหลย้อนขึ้นมาใหม่ การเริ่มต้นที่จะรักษากรดไหลย้อนก็ต้องมาเริ่มกันใหม่หมดเลย

สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน

 

 

อาการเตือนเบื้องต้นก่อนจะเป็นโรคกรดไหลย้อน ท้องอืด สังเกตจากตัวผมเอง

1. มีอาการเดิมหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ใหม่ และเรื่องเหม็นเปรี้ยวขึ้นด้วยเรื่อยๆหรือยังไม่ได้ทานอาหารเริ่มก่อนทานอาหารหรือขณะท้องว่าง

2. ไม่มีผายลมมาหลายวัน

3. เริ่มรู้สึกปวดท้องเล็กๆน้อยๆหลังจากกินอาหารเสร็จเรื่องสุดที่ลิ้นปี่ สูตรนี้ได้มาจากนายแพทย์ เปี่ยมโชค   ชลิดาพงศ์   ซึ่งผมตรังต่อต่อกันมาจากพื้นขึ้นอีกที

 

รักษากรดไหลย้อน

ด้ววิธีทําน้ำกระเพา

1. นำกระเพาแดงหรือดำทั้งลำต้นและใบประมาณ 1 ขีดมาล้างให้สะอาดด้วยน้ำจุลินทรีย์ EM แช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงหรือน้ำยาล้างผักเพื่อนร้านยาฆ่าแมลงออก

2. ใส่น้ำ 2-3 ลิตรลงในหม้อนำกระเพาใส่ลงไปทั้งหมดทั้งลำต้นและใบ

3. ปิดฝาหม้อใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อนต้ม ประมาณ 15 ถึง 20 นาที พอน้ำเดือดให้ปิดแก๊สทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม  จากประสบการณ์ของผมหากใช้ไฟอ่อนเกินไปฤทธิ์ของ กระเพา จะไม่ออกมาขึ้นอยู่กับปริมาณไฟที่ต้มให้แล้วเสร็จภายใน 15 ถึง 20 นาที

4. ดื่มหลังอาหาร 1 แก้ว 250 ML

5. ถ้าน้ำกระเพาเย็นลงหรือกินไม่หมดไม่ต้องอุ่นหรือนำไปต้มซ้ำเลย ให้แช่เย็นไว้ดื่ม เพื่อจะได้ดื่มได้หลายๆวัน

ข้อมูลเพิ่มเติม  สำหรับคนธาตุเย็นอย่างเช่นตัวผมเองผมจะไม่ดื่มน้ำกระเพาเย็นแต่จะต้องตั้งน้ำกระเพาไว้ให้หายเย็นก่อนแล้วค่อยดื่ม  เพราะหลังรับประทานอาหารถ้าผมดื่มน้ำเย็นหรือทานของเย็นๆผมจะท้องอืดอาหารไม่ย่อยครับ

ปล 1.ถ้าใช้กระเพาแดงจะได้ผลดีกว่า

2. จำไว้ว่ากระเพาเป็นสมุนไพรธาตุร้อน ถ้าดื่มน้ำกระเพาไปแล้วเกิดอาการร้อนในให้ลดปริมาณน้ำกระเพาลง

3. อาการหนักประมาณ 6-8 แก้วและหลังจากวันแรกที่ดื่มถ้าอาการทุเลาให้ลดปริมาณน้ำกระเพาลง ดื่มเฉพาะหลังอาหารมื้อละ 1-2 แก้ว แต่ไม่ควรเกิน 4 แก้วต่อวัน

4. ยาสมุนไพรไทยใช้เวลารักษานานถึงจะหายต้องกินเป็นประจำสม่ำเสมอโดยไม่ต้องทานยาเคมีสังเคราะห์เข้าช่วยเลย

 

ประโยชน์ของกระเพรา

รักษากรดไหลย้อน 

กระเพาช่วยขับลมเป็นบัฟเฟอร์ปรับสมดุลกรดในกระเพาะอาหารช่วยเรื่องการย่อยอาหาร ได้ผลดีเยี่ยมกับคนที่เป็นโรคในลำไส้เล็ก เช่น  จุก   เสียด  ในลำไส้เล็ก

โรคนี้เวลาเป็นเหมือนถูกแทงด้วยหลาวนั่งอยู่ดีๆก็เจ็บเหมือนถูกแทงหรือถูกต่อย   น้ำกระเพาเหมาะสำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อนที่มีอาการท้องอืดร่วมด้วยเป็นประจำ  การดูแลตนเองสำหรับผู้ที่มีอาการ ท้องอืด จุก เสียด แน่น เฟ้อ และกรดไหลย้อน

ข้อมูลนี้ได้มาจากประสบการณ์โรคกรดไหลย้อนของผู้ป่วย

1.  รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ไม่กินลูกอมรสต่างๆ เช่นรสเปรี๊ยวที่ผสมสารสังเคราะห์

2. ไม่รับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดและเปรี้ยวแม้นเพียงเล็กน้อย

3. ไม่รับประทานอาหารมัน เช่น  กล้วยแขก มันทอด ปอเปี๊ยะทอด และของหมักดอง เช่น  ผลไม้ดองต่างๆ

4. ไม่ควรรับประทานอาหารรสหวานที่มีน้ำตาลปริมาณมาก เช่น ขนมหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม

5. งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ชา และ กาแฟ ก็ควรงด

6. ไม่รับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นจำนวนมาก ควรทานเนื้อปลาและถั่ว

7. ควรรับประทานผัก เน้นเป็นผักต้ม ผักสดควรรับประทานแต่น้อย เพื่อให้มีการขับถ่ายไล่ลมออก จุลินทรีย์ได้ทำงาน

8. ไม่ควรรับประทานผลไม้ประเภทย่อยยาก เช่น ฝรั่ง มะม่วง

9. ควรทานผลไม้ประเภทย่อยง่ายและมีกากใยสูงและไม่มีน้ำตาล ผลไม้ที่แนะนำ เช่น ส้ม ชมพู แตงไทย แคนตาลูป และห้ามทานฝรั่ง แตงโม แก้วมังกร มะเขือโดยเด็ดขาด

10.เคี้ยวอาหารให้ละเอียดประมาณ 100 ถึง 200 ครั้งต่อ 1 คำ ข้อนี้จะช่วยได้มาก

11. ไม่รับประทานอาหารจนเต็มกระเพาะอาหาร หรืออิ่มจนเกินไป

12. ใช้เวลารับประทานอาหารในแต่ละมื้อประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง

13. หลังรับประทานอาหารเสร็จให้ดื่มน้ำเปล่าแต่น้อย หลังจากนั้นอีกประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงให้ดื่มน้ำกระเพา เพราะน้ำกระเพาจะช่วยขับลมและช่วยเร่งการย่อยอาหาร

14. แกว่งแขนหลังรับประทานอาหารเสร็จในแต่ละมือช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้มีการเคลื่อนไหว ควรทำ

15. ตอนเย็นให้รับประทานอาหารย่อยง่ายๆเท่านั้น เช่น โจ๊ก ข้าวกล้อง

16. ทานอาหารเสริมประเภทเพิ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่ควรทานนมเปรี้ยวหรือโยเกิดเนื่องจากนมทำให้บางท่านท้องอืดได้

17. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่งทุกเช้าหรือวิ่งในช่วงเย็นอย่างน้อย 2 ถึง 3 Km หรือเดินในช่วงเย็น เพื่อให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว

18. อดทนในเรื่องไม่ทานอาหารจุกจิก  ไม่เป็นเวลา  ไม่เป็นมื้อ

ที่มา พระ นพดล อุ่นตา

Cr.https://www.youtube.com/watch?v=2ntWNjSoUXc

 

 

green curmin ราคา

บทความยอดนิยม

แชร์ให้เพื่อนคุณ
Share on facebook
Facebook
0
Share on google
Google
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
0